5-7 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมานั้นได้มีโอกาสที่ได้เข้าร่วม Workshop ของทาง Dtac ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นโครงการที่ดีเยี่ยมจริงๆ ได้ทั้งความรู้, แง่คิดใหม่ๆ, เพื่อนที่เรียกได้เลยว่าเป็นครอบครัว และที่สำคัญคือทำให้เราได้เปิดประตูสู่โลกที่กว้างใหญ่ด้วยล่ะ

What is Dtac & Telenor Youth Forum 2015

เริ่มที่ Telenor ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของทาง Dtac ได้จัดโครงการ Youth Forum ขึ้นซึ่งเป็นโครงการที่นำเยาวชนต่างๆจากทั่วโลก ได้มาแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เพื่อพัฒนาโลกเลยล่ะ(แล้วแต่ธีมแต่ละปีด้วย) โดยในประเทศไทยนั้นทาง Dtac ก็ได้จัด Workshop นี้ขึ้นเพื่อคัดเลือกเยาวชนอายุ 18-28ปี เพื่อไปร่วมกิจกรรมใหญ่ของทาง Telenor ณ Oslo, Norway โดยผู้ที่ได้ไป Norway จะได้ไปทำ Workshop ที่ Telenor HQ และได้เข้าร่วม Nobel Peace Prize อีกด้วย โดยธีมในปีนี้คือ “Knowledge For All”

โดยการคัดผู้ที่ไปนอร์เวย์นั้น แบ่งออกเป็น 4 รอบ

  • 40 คนจากใบสมัคร (แต่คนที่ติดก็เกินมาเป็น 48 คน)
  • 12 คนจากรอบ Video Pitching (จะบอกว่ากลายเป็น 13 คนด้วยล่ะ)
  • 4 คนจากรอบ Presentation
  • 2 คนโดยคณะกรรมการของทาง Telenor

เป็นการคัดที่เดือดมากกกกกจริงๆเลย…รอบ VDO กะ Presentation เป็นภาษาอังกฤษ ด้วยนะะะ

Day 1

บอกเลยว่าไม่ถูกกับการตื่นเช้าเลยย นัดลงทะเบียน 8:00-8:30 น ฝ่ารถติดย่านลาดพร้าว อัดแน่นกับพนักงานOffice ในรถไฟฟ้าใต้ดินต่อ(ได้ฟีลพนักงานเงินเดือนมากวันนั้น) พอลงทะเบียนเสร็จรับป้ายชื่อกระเป๋าแล้วก็ทะยานสู่ชั้นที่ 32 แห่ง Dtac House

Dtac House ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสำนักงานที่มีการออกแบบได้น่าทำงานที่สุดในประเทศ

พอขึ้นไปถึงด้านบนก็มีกิจกรรม Ice Breaking กันพอให้ทุกคนได้รู้จักและกล้าที่จะคุยกันมากขึ้น

 “Knowledge for All – My knowledge, Your Knowledge is the world’s knowledge”

ในช่วงที่ 1 ทางโครงการได้เชิญผู้ให้ความรู้แก่เรามาสามท่านได้แก่

  • พี่พลอย กษมา แย้มตรี แห่ง Openspace และผู้ก่อตั้งตาแสงสตูดิโอ พี่พลอย สถาปนิกชุมชน ที่ได้เข้าไปช่วยเหลือและพัฒนาชุมชนต่างๆโดยในแต่ละโปรเจคนั้นพี่พลอยได้ลงเข้าไปในพื้นที่เพื่อจะได้ทราบถึงปัญหาที่แท้จริงของคนในพื้นที่แล้วจัดการแก้ปัญหานั้น และที่น่าประทับใจมากของพี่พลอยคือ ในช่วงแรกๆนั้น พี่พลอยทำด้วยใจจริงๆโดยไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินเลย ถือได้ว่าเป็นคนที่ทำเพื่อสังคมโดยไม่หวังประโยนชน์แอบแฝงจริงๆ
  • พี่หมอก้อง น.พ. ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้ริเริ่ม โครงการ Hospital OS ซึ่งเป็น ซอฟแวร์โอเพ่นซอร์ส สำหรับการโรงพยาบาล โดยจุดเริ่มต้นมาจากที่ พี่หมอก้อง ได้เห็นปัญหาของการจัดการภายในโรงพยาบาลชุมชนจึงได้เริ่มลงมือรวมทีมพัฒนาและลงพื้นที่เพื่อไปติดตั้งระบบดังกล่าวให้ โรงพยาบาล ชุมชนได้ใช้
  • พี่ต่อ ตรชัย อภิบาลพูนผล ผู้ก่อตั้งบริษัท กล่องดินสอ ซึ่งเป็น Social Enterprise ที่ทำเพื่อคนพิการยกตัวอย่างเช่น ปากการเล่นเส้น ที่ทำให้คนตาบอดสามารถเขียนและสัมผัสในสิ่งที่ตัวเองเขียนไปใด้ และที่น่าสนใจอีกอย่างคือกล่องดินสอนั้นใช้ suicide business model หรือ แผนธุรกิจแบบฆ่าตัวตาย คือจะพยายามทำการแก้ปัญหาโดยสร้าง Eco-System ที่ยั่งยืนและสามารถดำเนินไปได้ตัวเองและเมื่อวันนั้นมาถึง หน้าที่ของบริษัทก็จะจบไป ถือได้ว่าเป็นแนวคิดบริษัทที่ทำเพื่อสังคมจริงๆ

“Fixing the broken promise of education for all”

หลังจากพักเที่ยงกันอย่างอร่อยแล้ว( S&P เลยนะะะ) โดยในช่วงนี้ ดร. รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ หัวหน้าฝ่ายการศึกษาของ UNICEF ประเทศไทย ได้อธิบายถึงแนวคิดของการศึกษาและปัญหาของการศึกษาในไทยที่กำลังประสบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวย, ชาวเผ่าต่างๆ และ ผู้ที่มีความพิการ เป็นต้น โดยปัญหาต่างๆทาง UNICEF ก็ได้ติดตามและช่วยเหลืออยู่ตลอดระยะเวลาที่ UNICEF ได้เข้ามาดำเนินการในไทย

หลังจากนั้น ดร. รังสรรค์ ก็ได้ให้พวกเราทำ Group Session กัน โดยให้เวลา 30 นาที เตรียมพรีเซ้น 3 หัวข้อนั่นคือ

  • ปัญหาของการศึกษา
  • สาเหตุของปัญหา
  • แนวทางการแก้ปัญหา(ไอเดีย,มุมมอง,การแก้ใข)

โดยทุกๆทีมทาง UNICEF ก็ได้โพสลงเพจ สามารถไปลองอ่านดูใด้ด้านล่างเลยครับ  เนื่องด้วยพวกเรายังเป็นเยาวชนอยู่จึงมีความใกล้คิดกับปัญหาด้านการศึกษาพอสมควรจึงทำให้เราเห็นภาพและเห็นแนวทางการแก้ใขด้วยเช่นกัน

Positive or negative perception of knowledge

ในช่วงสุดท้ายของวันแรกนั้น ผศ.ดร.ว่าที่ร้อยตรี เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ที่เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อกันมาก่อนบนโลก Social Media ในฐานะผู้ที่คอยพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆไม่ว่าจะเป็น GT200, EM-ball, หรือ บั้งไฟพญานาค โดยอาจารย์ได้มาพูดถึงการเสพข่าวสารว่าเราไม่ควรที่จะเชื่อในทันทีหลังจากได้ข่าว แต่ควรที่จะคิดพิจารณาและหาข้อมูลเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงก่อนและเมื่อมั่นใจแล้วถึงแชร์ออกไปได้ ซึ่งปัญหาการแชร์นั้นในไทยถือได้ว่ามีปัญหามากเพราะหลายคนมักจะเชื่อทุกสิ่งเมื่อเสพข่าวเลยและข่าวต่างๆนั้นก็มีโอกาสที่ไม่เป็นจริงและก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้นั่นเอง

 Day2

Pages: 1 2 3