Day 2

It’s time for “Knowledge Generation”

ในเช้าวันที่สองนั้นก็เริ่มโดยการเสวนาในหัวข้อ ยุคของความรู้ ว่าทิศทางการจะเป็นไปเช่นไร ปัญหาที่ยังมีเป็นอย่างไรบ้างแล้วเราจะทำยังไงกับความรู้เหล่านี้โดยบอกเลยว่า 3 ท่านในวันนั้นถือได้ว่าเป็นเกียรติมากที่ได้มานั่งฟังเพราะแต่ละท่านถือได้ว่าประสบความสําเร็จในหน้าที่การงานเลยล่ะโดย 3 ท่านได้แก่

  • เรืออากาศโท ทันตแพทย์ ชัชชัย คุณาวิศรุต รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ที่มีความคิดของคนรุ่นใหม่มาก ศึกษาอยู่ตลอดเวลาว่าตอนนี้โลกเป็นเช่นไรบ้าง แม้กระทั่งคิดถึงการประยุกต์ใช้ IoT ในการแพทย์ซึ่งหากสำเร็จอนาคตด้านสุขภาพของโลกเราคงดีขึ้นกว่านี้แน่นอน และในฐานะที่ท่านเป็นอาจารย์จึงเห็นปัญหาของระบบการศึกษาในปัจจุบัน และจะพยายามและเตรียมเพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาได้เข้ามาแก้ใขปัญหาเหล่านั้น
  • คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย ได้กล่าวถึงว่าในยุคปัจุบันนั้นการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้นส่งผลให้การศึกษาก็เร็วขึ้นเช่นกัน โดยยังกล่าวอีกด้วยว่า ความเท่าเทียมจะเกิดได้เมื่อทุกคนได้รับการเข้าถึงแหล่งและเทคโนโลยี ซึ่งในปัจจุบันยังมีความเหลื่อมล้ํา กันอยู่เช่น โรงเรียนกวดวิชา ซึ่งเป็นเหมือนอภิสิทของคนรวยนั่นเอง
    การแข่งขันเองก็มีความสำคัญเพราะการแข่งขันนั้นทำให้เกิดการพัฒนาและผลประโยชน์นั้นก็จะตกเป็นของผู้บริโภคนั้นเอง
  • คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟแวร์ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ได้เสวนาถึงเรื่องอนาคตของเทคโนโลยีในยุคอนาคต จะเป็นโลกที่เทคโนโลยีจะเข้ามาถึงทุกส่วนในชีวิต หรือ IoT นั่นเอง โดยในแต่ก่อนนั้นเราจะสื่อสารกับเทคโนโลยีเพื่อให้มันทำอะไร แต่ในอนาคตเทคโนโลยีจะสื่อสารกันเอง เพื่อมาช่วยลดภาระของมนุษย์ และยังมีส่วนที่คอยจับตาดูแลเราเมื่อร่างกายเราส่งสัญญาณอันตราย แพทย์ก็สามารถเข้าไปรักษาได้ก่อนที่อาการจะถึงขั้นวิกฤติ

ต้องบอกเลยว่าในช่วงนี้ได้ความรู้มากมายจากมุมมองของผู้บริหารบริษัทชั้นนำของประเทศจริงๆ

Once in a life time

ในช่วงนี้ก็ได้พบกับตัวแทนสองคน พี่บอส  สิรพัชร บุณยะปาน และ พี่อัสมา นาคเสวี ที่ได้ไปสัมผัสประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้เข้าร่วม Workshop Telenor Youth Summit 2014 กับเพื่อนๆจากทั่วโลกที่ Telenor HQ โดยได้พบกับผู้บริหารและราชวงศ์ของทางนอร์เวย์ด้วย และที่ขาดไม่ได้คือการที่ได้เข้าร่วมงาน Nobel Peace Prize อีกด้วย

Scavenger Hunt

Fujiเลยนะะะะ น่ากินใช่ไหมล่ะ 😛

หลังจากรับความรู้มาอย่างเต็มที่ก็พักกินข้าวกันหน่อยละกันเนาะ 😛

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จในกิจกรรมต่อไปนั้นคือออออ กิจกรรมล่าสมบัติ!….. Walk Rally นั่นล่ะ 55555+ โดยจะทำให้เรารู้จักบริษัทที่ชื่อว่า Dtac มาขึ้น การทำงานเป็นอย่างไร พนักงานมีความสุขไหม ลูกค้าสำคัญขนาดไหน โดยแบ่งออกเป็น 5 ฐานได้แก่

  • ชั้น 38 ความสุขของพนักงาน
    • เป็นชั้นที่มีทุกอย่างจริงๆ ฟิตเนส, พูล, ลู่วิ่ง, ลานโยคะ, ห้องคาราโอเกะ*w*
  • ห้อง Network
    • เรียกได้ว่าเป็นศูนย์ควบคุมและดูแลเครือข่ายทุกอย่างของ Dtac จริงๆ ความปลอดภัยสูงมากกกก หากเครือข่ายเกิดปัญหาอะไร พี่ๆในนั้นก็จะดูแลและแก้ใขปัญหาให้รวดเร็วที่สุดเพื่อลูกค้า
  • ดีแทคเน็ตอาสา
    • คือโครงการซึ่งได้เข้าไปในพื้นที่ต่างๆเพื่อสอนการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อให้คนในท้องที่นั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยบางคนก็สามารถใช้โทรศัพท์เพื่อ VDO Call กับลูกที่อยู่ในเมือง หรือบางคนก็ได้ใช้ อินเทอเน็ตเพื่อทำธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • Dtac accelerate
    • เป็นโครงการของทาง ดีเทค ที่ให้ tech startup ได้มาประชันฝีมือเพื่อชิงเงินทุนและได้ไป Silicon Valley ด้วยนะ *w*
  • Customer Service
    • “เพราะลูกค้าคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา” ในฐานนี้ก็จะเจอพี่ๆที่ดูแลเรื่องการบริการลูกค้าว่าลูกค้านั้นสำคัญขนาดไหน และขั้นตอนการดูแลเป็นอย่างไร

และสุดท้ายมาถึง Dtac House ทั้งทีก็ต้องไปเล่น สไลเดอร์สิ!! บอกเลยยยย สนุกมากกกกก ถ้าอนาคตมีบริษัทของตัวเอง นี่ล่ะสิ่งที่ต้องมีในสำนักงานจริงๆ 5555+

 

 

หลังจากวิ่งไปครบทุกฐานก็ถึงเวลาจับฉลากว่าในวันถัดไปลำดับการ 1 min Pitch จะเป็นเช่นไร

Day3

Pages: 1 2 3